Site icon ไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่ : blogger แม่และเด็ก

ปล่อยลูกหน้าจอระวังออทิสติกเทียมและ 5 เรื่องร้าย !

ทู้กกกที่เลยจ้า แม่แอร์เห็นปล่อยให้ลูกอยู่หน้าจอทั้งหลาย มือถือ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์นาน ๆ  บางทีพ่อแม่เองก็ก้มหน้า พ่อ แม่ ลูกคนละจอกันเลยจ้า ไม่ได้นะคะ เรื่องนี้ซีเรียสต้องหยุด ไม่เช่นนั้นเด็กที่เกิดมาปกติอาจกลายเป็น ออทิสติกเทียม

ทำไมเราปล่อยให้เด็กอยู่หน้าจอ

ในเวลาที่เรายุ่งหัวฟู เหนื่อย หมดแรง ก็อยากหาอะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกอยู่นิ่ง ๆ ไม่กวนใจ เราก็ใช้จอต่าง ๆ เปิดให้ลูกดูเล่นเกม ดูการ์ตูน บางทีเป็นคลิปความรู้ด้วยนะ เพราะเห็นว่ามีสาระประโยชน์ แหมจะหาผู้ช่วยที่แสนดีอย่างนี้จากไหน แม่คะ ฝากลูกไว้กับคนร้ายแท้ ๆ

ร้ายแรงขนาดนั้นจริงรึ ?

จริงแท้แน่นอนค่ะแม่ขา การปล่อยให้ลูกของเรานั่งนิ่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่มีการจำกัดเวลา ลูกจะนั่งนิ่งเหมือนมีสมาธิดีเยี่ยม แต่ไม่ใช่เลยเหมือนถูกสะกดจิตมากกว่า นิ่งก็จริงแต่รับรู้เรื่องรอบตัวมั้ย ไม่ค่ะ ลูกมีโอกาสเป็น ออทิสติกเทียม ได้เลยนะคะ แล้วยังมีปัญหาใหญ่อีกหลายประการตามมา

ออทิสติกเทียม เป็นยังไง ?

เด็กที่เป็น ออทิสติกเทียม จะมีลักษณะอาการคล้าย ออทิสติกแท้ คือ จะไม่สนใจพูดคุยกับใคร พูดด้วยก็ไม่มองหน้า ไม่มีทักษะทางสังคม เพราะขาดการฝึกการสื่อสารโต้ตอบหรือมีปฎิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ อย่างพอเพียง อย่างที่ควรจะเป็น ถ้าเป็นเด็กเล็กในวัยหัดพูดก็จะพูดช้ากว่าวัย

เมื่อถูกจอดึงดูดลูกจะจดจ่ออยู่เฉพาะสิ่งที่อยู่หน้าจอเท่านั้น ไม่รับรู้หรือสนใจเรื่องรอบตัว ทั้งหมดนี้เกิดจากการปล่อยให้ลูกติดจอทุกจอ จะจอทีวี มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์  ฯลฯ  การอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ๆ  ไม่อยากให้ลูกเป็นออทิสติกเลี้ยงลูกห่างจอกันเถอะ

นอกจากเป็น ออทิสติกเทียม แล้วยังมีผลเสียอะไรอีกบ้าง

1.เข้าสังคมกับใครไม่ได้ ขาดความเข้าใจในคนอื่น ทำให้มีเพื่อนน้อย อาจทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือเกิดอคติ แม่นึกดูง่าย ๆ ค่ะว่าเวลาเราพูดกับใครเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตามแล้วเขาไม่พูดไม่สนใจโต้ตอบเรา หรือพูดด้วยก็ไม่สบตา เรายังจะมีความประทับใจที่ดีกับเขามั้ย

2.ร่างกายอ่อนแอ แรงน้อยเหนื่อยง่าย โตช้า เด็กต้องวิ่งเล่นซนเพื่อจะได้เติบโตแข็งแรง นั่งนิ่งหน้าจอนาน ๆ ร่างกายจะขาดโอกาสในการสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างคุณที่ควรจะเป็น มีโอกาสเป็นโรคอ้วน มีปัญหาสายตา ตาแห้ง

3.ควบคุมตัวเองไม่ได้ มีความกังวล มีพฤติกรรมก้าวร้าว และมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า

4.เนื่องจากรับรู้และเรียนรู้ได้ไม่ดี จึงส่งผลเสียต่อการเรียนในโรงเรียน

5.อ่อนไหวไปกับสิ่งยั่วยุอื่น ๆ ได้ง่าย สาเหตุจากควบคุมตัวเองไม่ได้

องค์การอนามัยโลกเตือนว่า

เด็กก่อน 3 ขวบไม่ควรให้อยู่หน้าจอเลยค่ะ ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยและอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ควรนั่งหน้าจอนานกว่าวันละ  1 ชั่วโมง ห๊ะ ปล่อยกันบ้านละกี่ชั่วโมงละเนี่ย !

ไม่ว่าจะจอไหนก็ตาม เด็กวัยนี้ต้องได้เล่น ซน เคลื่อนไหวร่างกาย ได้ออกแรงพอจึงจะมีพัฒนาการร่างกายที่ดีสมวัย กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ควรได้เคลื่อนไหวอย่างน้อยวันละ  3 ชั่วโมง

เลี้ยงลูกให้ห่างจอ

เด็กที่โตขึ้นมาหน่อยอนุญาตให้อยู่หน้าจอได้บ้างค่ะแต่จำเป็นต้องมีกฎกติกาควบคุม

1.กำหนดเวลาไม่ให้เกินวันละ 1 ชั่วโมง โตขึ้นอีกหน่อยอาจเพิ่มเวลาได้แต่ไม่ใช่ยาวนานหลายชั่วโมง

2. กำหนดเขตปลอดจอ เวลากินข้าว ใกล้เวลานอน หรือขณะเดินอยู่ห้ามใช้จอ

3.เวลาลูกอยู่หน้าจออยู่กับลูกด้วย คอยแนะนำ เลือกเนื้อหาที่สนุกสำหรับลูกและมีประโยชน์

4.ให้ความรักความอบอุ่น ให้เวลากับลูกมากขึ้น

5.ชวนลูกทำกิจกรรมอื่นที่สนุกสนาน ให้เขามีโอกาสเคลื่อนไหววิ่งเล่นซน ได้ฝึกจินตนาการ และพาลูกสัมผัสโลกกว้างด้วยค่ะ ไม่อยากให้ลูกเป็นออทิสติกเทียม เลี้ยงลูกให้อยู่ห่างจอกันเถอะค่ะ

ไม่อยากให้ลูกเป็นออทิสติกเทียม เลี้ยงลูกให้อยู่ห่างจอกันเถอะค่ะ

Exit mobile version